Skateway Life

Sony Action Camera FDR-X3000

กล้อง Sony รุ่น FDR-X3000 เป็นกล้องแบบ Action cam ตัวท๊อปรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการใช้ในแบบจัดเต็ม เพื่อตอบสนองต่อเหล่าบรรดานักกีฬาเอ็กซ์ตรีมและกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งซึ่งต้องการกล้องที่สมบุกสมบัน กันนำ้กันฝุ่น กันกระแทกและสามารถเก็บบันทึกภาพทุกแอ็คชั่นได้อย่างครบถ้วนคมชัดจากมุมมองที่สมจริงในทุกเสี้ยววินาที

July 10, 2017
1830 Views

โดยในช่วงระยะสองสามปีที่ผ่านมาทางบริษัท Sony ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นหนึ่งในผู้นำเทคโนโลยีในด้านการบันทึกภาพแบบดิจิทัลระดับโลก ดังจะเห็นได้จากการเดินหน้าเปิดตัวกล้องถ่ายภาพ กล้องวีดีโอและเลนส์ระดับมือโปรรุ่นต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนี่อง ซึ่งล้วนแต่มีการบรรจุเทคโนโลยีล้ำสมัยล่าสุดใส่เข้าไปในผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทาง Sony ได้ตัดสินใจก้าวเข้ามาสู่วงการกล้อง Action Cam จึงเป็นการสร้างสีสันให้กับตลาดกล้อง Action cam ได้อย่างน่าติดตามเป็นอย่างมาก

คุณสมบัติเด่น

กล้อง FDR-3000 จัดเป็นกล้อง Action cam เจนเนอเรชั่นล่าสุดจาก Sony ที่ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาจากกล้อง Action cam รุ่นแรกๆ ของทาง Sony ซึ่งมีการออกแบบมาอย่างโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของตัวเองมาตั้งแต่ในรุ่นแรก ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงภายนอกที่แตกต่างไปจากกล้อง Action cam รุ่นอื่นๆในท้องตลาด ด้วยรูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมแบนบางที่จับถือใช้งานได้อย่างถนัดมือ พร้อมผิวสัมผัสเรียบเงาสีขาวสะอาดตาเป็นเ
อกลักษณ์แบบเดียวกับกล้องรุ่นพี่ FDR-X1000V และยังมีน้ำหนักเท่ากันที่ 114 กรัม (โดยมีกล้องรุ่น HDR-AS 50 ที่มีบอดี้เป็นสีดำ)

แน่นอนว่ากล้องรุ่น FDR-X3000 นี้มาพร้อมกับคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมใหม่ๆ ที่ทำให้มันมีความโดดเด่นเหนือคู่แข่งรุ่นอื่นๆในท้องตลาดโดยเฉพาะในเรื่องของฟังก์ชั่นกันสั่นที่เลนส์แบบ B.O.SS (Balanced Optical SteadyShot Stabilisation) ซึ่งเทคโนโลยีของระบบ B.O.SS นี้ จะถูกติดตั้งอยู่ในส่วนของชุดเลนส์ โดยจะมีชิ้นเลนส์ลอยตัวอิสระ (Floating-lens unit) ทำหน้าที่ชดเชยค่าการสั่นไหวที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเหนือกว่าการใช้ฟังก์ชั่นชดเชยการสั่นเป็นแบบอิเลคโทรนิคส์หรือจากโปรแกรมอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อมีระบบกันสั่นแบบแมคคามิค ไม่ใช่เป็นการใช้ซอฟท์แวร์จึงทำให้สามารถใช้งานกับโหมดวีดีโอ 4K ได้ ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยกล้อง FDR-X1000V รุ่นท๊อปก่อนหน้านี้

หัวใจหลักของกล้อง FDR-3000 อยู่ที่การใช้เซ็นเซอร์ภาพ “Exmore R” CMOS ประสิทธิภาพสูง ขนาด 1/2.5” และหน่วยประมวลภาพ BIONZ X อันชาญฉลาด ที่ล้วนแต่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการผลิตแบบเดียวกับที่ใช้ในกล้องถ่ายภาพของ Sony ทำให้ภาพถ่ายที่ได้มีสีสันสวยงาม คมชัด และมี Noise ต่ำ อีกทั้งกล้อง FDR-X3000 มาพร้อมกับเลนส์ Zeiss Tessar แบบมัลติโค้ท ขนาด 17 มม. ที่มีรูรับแสงคงที่และมีความไวแสงขนาด F2.8โดยให้ระยะโฟกัสต่ำสุด 50 เซนติเมตร โดยกล้อง FDR-X3000 ยังสามารถปรับเปลี่ยนช่วงความยาวโฟกัสได้ 3 ค่า (แบบดิจิทัล) ได้แก่ W=17 มม., M=23 มม. และ N=32 มม. ซึ่งให้ผลลัพท์ภาพถ่ายที่ยังคงดูดีโดยมีคุณภาพของภาพที่ลดลงไปบ้างตามสภาพแสงขณะใช้งาน

บอดี้เปล่าๆของกล้อง FDR-X3000 นั้น มีการซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่น (Splash proof) มาในระดับหนึ่ง (ตามมาตรฐาน IPX4) ซึ่งยังไม่สามารถนำกล้องลงไปใช้งานใต้น้ำได้ แต่ก็เพียงพอกับการใช้งานที่สมบุกสมบันได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าจะให้มีการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็ควรนำตัวกล้องไปบรรจุใส่ไว้ในเฮ้าส์ซิ่งกันน้ำ (แถมมาใหักับชุดกล้อง) ซึ่งจะทำให้กล้องสามารถนำไปใช้งานใต้น้ำได้ลึกถึง 60 เมตร รวมถึงช่วยป้องกันความเสียหายจากฝุ่นทรายและจากการตกและกระแทกได้เป็นอย่างดี ตัวเฮ้าส์ซิ่งกันน้ำผลิตมาจากพลาสติกใส ขึ้นรูปเข้ากับบอดี้กล้องได้อย่างแนบเนียน ทำให้มีขนาดที่เล็กกระทัดรัดแทบไม่ต่างไปจากบอดี้กล้องเปล่าๆ โดยมีพอร์ทเลนส์ด้านหน้าเป็นกรอบทรงสี่เหลี่ยมและใช้เป็นฝาปิดเฮาส์ซิ่งไปด้วยในตัว โดยมีบานพับพลาสติคขนาดเล็กบริเวณด้านล่างเป็นตัวเกี่ยวล็อค ซึ่งก็ให้ความแน่นหนาและแข็งแรงเพียงพอกับการใช้งานจริงได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งทำการการล็อคและปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว โดยมีไฟ LED แสดงสถานะแสดงให้เห็นถึงสามจุดทางด้านบนตัวกล้อง ด้านหลังกล้องและบริเวณด้านหน้า (ในรุ่น HDR-AS50 ก่อนหน้ามีแค่ด้านบนกับด้านหลัง) ทำให้ง่ายต่อการตรวจเช็คความพร้อมของกล้องก่อนจะใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกล้องในแบบเซลฟี่จากการเช็คไฟสถานะทางด้านหน้า

แน่นอนว่าการตัดสินใจเลือกกล้องแบบ Action cam นั้น ความคล่องตัวในการใช้งานและอุปกรณ์เสริมที่รองรับนั้นเป็นสิ่งสำคัญในอันดับต้นๆพอๆกับคุณภาพที่ดีของไฟล์ภาพด้วยเช่นกัน ซึ่งทาง Sony ก็ได้ทำการบ้านในจุดนี้มาค่อนข้างดี โดยมีการออกแบบอุปกรณ์เสริมมากมายที่เอาไว้ใช้กับกล้อง FDR-3000 ไม่ว่าจะเป็นตัวรีโมท Live view แบบไร้สายทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กกระทัดรัด ใช้ควบคุมและสั่งงานตัวกล้องผ่านทางจอแสดงผลขนาด 3 x 2.5 เซนติเมตร ที่ให้ภาพแบบ Live view ที่คมชัดมีสีสันสมจริงและมีอินเตอร์เฟซที่เข้าใจง่ายทั้งในส่วนการแสดงค่าต่างๆของกล้อง ไม่ว่าจะเป็นปริมาณแบตเตอรรี่ ทั้งของตัวกล้องและของตัวรีโมท นาฬิกา รูปแบบการเชื่อมต่อไร้สาย โหมดบันทึกภาพ ความละเอียดของภาพและวิดีโอ มุมรับภาพของกล้อง และระบบกันสั่น ที่มีมาให้อย่างครบครัน โดยมีเมนูสำหรับตั้งค่ากล้องของโหมดภาพนิ่งและวิดีโอที่เข้าใจง่าย รวมถึงสามารถเพลย์แบ็คเพื่อชมภาพได้ทันทีผ่านทางหน้าจอของรีโมท ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าอาจจะดูได้ยากในบางครั้งเมื่อใช้งานกลางแจ้งที่มีแสงจ้ามากๆ

กล้อง FDR-X3000 มาพร้อมกับสายรัดข้อมือแบบนาฬิกาที่ใช้ติดและปลดตัวรีโมทไร้สายออกได้อย่างสะดวก  นอกจากนี้ยังมีออปชั่นเสริม (ซื้อต่างหาก) อาทิ ด้าม Shooting Grip (VCT-STG1) ที่ใช้ติดตั้งกล้องและยึดรีโมทเอาไว้ด้วยกัน และยังสามารถใช้เป็นขาตั้งกล้องในตัวได้ด้วย หรือจะเป็น Backpack Mount หรือ Cap Clipใช้ยึดกล้องกับหมวก
รวมถึงกรอบกระจกเสริมป้องกัน (MC Protector) ที่มีประโยชน์มากเวลาใช้งานกล้องนอกยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานวิบาก มอเตอร์ไซด์ รถยนต์ที่อาจมีเศษหินปลิวกระเด็นมาทำความเสียหายให้กับเลนส์ชิ้นหน้าของกล้องได้ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ หรือจะเป็นกริปนิ้วเสียบ (Finger Grip) ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด ใช้งานได้อย่างคล่องตัวอีกทั้งยังสามารถติดตั้งรีโมทไร้สายเอาไว้ด้วยกัน ทำการควบคุมกล้องและดูจอ LCD ไปได้ในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม กล้อง FDR-X3000ใช้รูยึดขาตั้งกล้องแบบเกลียวขนาดมาตรฐาน ที่มีความแข็งแรงและง่ายต่อการดัดแปลงเอาอุปกรณ์เสริมของกล้อง Action Cam จากผู้ผลิตรายอื่นที่มีขายอยู่มาใช้ร่วมกันได้อย่างหลากหลาย ซึ่งนับเป็นอีกจุดหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

 

การใช้งานจริง

กล้อง FDR-X3000 ตอบโจทย์ในการใช้งานภาคสนามได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องแบตเตอรี่ เนื่องจากเช่นเดียวกับในกล้องรุ่นใหม่ๆของ Sony ที่แทบทุกรุ่นจะสามารถทำการชาร์จไฟโดยตรงผ่านสาย USB 2.0 ได้ทันทีอย่างปลอดภัย ทำได้สะดวกมากเมื่อต้องใช้งานเป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งในการทดสอบในสถานการณ์จริง(โดยติดตั้งในรถแข่ง) เราได้ทำการต่อสายชาร์จ USB จากกล้องเข้ากับ Power Bank โดยตรงทิ้งไว้เลย ทำให้สามารถเปิดกล้องสแตนบายรอได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในงานภาคสนามเพราะในการเปลี่ยนแบตเตอรี่แต่ละครั้งจะต้องมีการเปิดฝาด้านข้างของกล้องก่อน และมีโอกาสที่จะไปขยับหรือเปลี่ยนมุมกล้องได้โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งยากที่จะทำการปรับตั้งหรือแก้ไขมุมกล้องใหม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงระหว่างการแข่งขันในสนามแข่ง และการที่กล้อง FDR-X3000 ใช้แบตเตอรี่ชาร์ตรุ่น NP-BX1 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่ถูกใช้อยู่ในกล้องคอมแพคหลายรุ่นของ Sony ทำให้สามารถหาซื้อแบตเตอรี่สำรองเอาไว้เพื่อใช้สลับเปลี่ยนได้ทันทีเมื่อแบตเตอรี่หมดในระหว่างใช้งาน  (ในกรณีใช้กล้องร่วมกับเฮาส์ซิ่ง ที่ไม่สามารถต่อชาร์จตรงได้) การประกอบกล้องเพื่อใช้งานร่วมกับเฮาส์ซิ่งก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ปลดล็อคด้านล่างออกและเปิดฝาด้านหน้าออกมา จากนั้นจึงใส่กล้องเข้าไปแล้วทำการปิดฝาและเกี่ยวสวิตซ์ล็อคตัวฝาให้เข้าที่ พร้อมตรวจเช็คว่าตัวฝาได้ปิดสนิทไม่มีเศษผงหรือเส้นผมไปติดขวางอยู่เป็นอันใช้ได้ นอกจากนี้แล้วด้านบนของตัวเฮ้าส์ซิ่งยังมีสวิสซ์เลื่อนล๊อค (HOLD) ซึ่งเมื่อเลื่อนใช้งานแล้วจะไม่สามารถกดเปิด-ปิด หรือกดปุ่มชัตเตอร์และปุ่มเพาเวอร์ได้ ช่วยป้องกันการเผลอไปเปิด-ปิด หรือกดบันทึกภาพโดยไม่ตั้งใจในขณะใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านข้างของบอดี้กล้อง/เฮ้าส์ซิ่งซึ่งมีปุ่มกดเพียง 3 ปุ่ม ได้แก่ปุ่ม MENU และปุ่ม UP/DOWN ซึ่งจะมีการทำงานร่วมกับปุ่มชัตเตอร์ด้านบนเพื่อเลือกและตั้งค่าตามที่ต้องการ เป็นการป้องกันและลดความผิดพลาดในขณะใช้งานได้เป็นอย่างดี

ตัวรีโมท Live view ไร้สายรุ่นใหม่มีขนาดเล็กลงและเบาขึ้นจากรีโมทรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด การเชื่อมต่อระหว่างรีโมทไร้สายกับตัวกล้องทำได้อย่างง่ายดายโดยอัตโนมัติ ด้วยการกดปุ่มเพาเวอร์บริเวณด้านข้างของรีโมท จากนั้นรอการเชื่อมต่อระหว่างตัวกล้องและรีโมทที่จะแสดงผลแบบ Live view ให้เห็นบนหน้าจอ ซึ่งก็ใช้เวลาราวๆ 10-15 วินาที โดยเฉลี่ย แต่ในบางครั้งก็จะแสดงไอคอนเชื่อมต่อขึ้นบนจอค้างก็สามารถกดเปิดปิดใหม่ได้ทันทีเพื่อเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการแสดงผลของตัวรีโมทจะถูกตั้งค่าให้มีการปิดจอ Live view อัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งอาจจะทำให้การใช้งานที่ต้องมองจอขาดความต่อเนื่องได้ ซึ่งในจุดนี้สามารถทำการตั้งค่าการแสดงผลให้เป็นแบบเปิดหน้าจอ Live view ตลอดเวลาซึ่งจะสะดวกกว่าและถึงแม้ว่าวิธีนี้จะเปลืองพลังงานมากกว่าก็ตาม แน่นอนว่าถ้าหากเป็นการใช้งานในแบบยึดตัวกล้องเข้ากับหมวกกันน๊อคหรือกับส่วนต่างๆพาหนะตัวหน้าจอ Live view ก็จะมีประโยชน์มากในการเซ็ทอัพมุมกล้องและการตั้งค่าต่างๆได้ทันทีอย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งจากตัวนักกีฬาเองหรือจากโปรดิวเซอร์หรือช่างภาพ น่าเสียดายที่ตัวรีโมทนั้นไม่มีช่องให้สามารถทำการเสียบสาย USB เพื่อชาร์จแบตเตอรรี่ได้โดยตรงกับตัวกล้อง แต่กลับต้องอาศัยแท่นชาร์จเฉพาะกิจที่ถึงแม้จะมีขนาดที่เล็กบางมาก แต่ก็ทำให้ตัวรีโมทต้องมีขั้วคอนแทคและไม่สามารถกันน้ำได้แบบเดียวกับบอดี้กล้อง อีกทั้งยังต้องพกพาแท่นชาร์จรีโมทติดมาด้วยทุกครั้งมิฉะนั้นจะไม่สามารถทำการชาร์จแบตเตอรรี่ได้ และด้วยขนาดที่เล็กมากทำให้มีโอกาสสูญหายได้ซึ่งตัวแท่นชาร์จนี้ยังไม่มีขายแยกต่างหาก ส่วนเราได้แก้ปัญหาง่ายๆด้วยการเสียบตัวรีโมทติดกับแท่นชาร์จไว้เลย ทำให้สามารถเสียบชาร์จไฟได้ทันทีอีกด้วย ถ้าหากจุดนี้ได้ถูกแก้ไขแล้วจะช่วยเพิ่มขีดจำกัดในการใช้งานให้มากขึ้นและลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องพกพาติดตัวให้น้อยลงไปอีกด้วย

อินเตอร์เฟซเมนูของกล้อง FDR-X3000 มีความชัดเจนตรงไปตรงมาเข้าใจง่ายนอกจากจะใช้เปิดใช้งานกล้องได้แล้วยังสามารถใช้ปรับซูมดิจิทัลของกล้องได้ทันทีจากช่วงความยาวโฟกัสออปติคัลขนาด 17มม.(Wide) มาเป็น 23มม.(Medium) และ 32มม.(Narrow) อีกทั้งยังมีการจัดวางเมนูบนรีโมทจะเป็นแบบเดียวกับบนตัวกล้องทำให้ง่ายต่อการปรับตั้งใช้งาน ซึ่งต่างกับในรุ่นเก่าที่มีการจัดวางเมนูที่ต่างกัน โดยมีโหมดหลักๆให้เข้าไปปรับตั้งตั้งแต่ โหมดบันทึกภาพรูปแบบต่างๆทั้ง โหมดตั้งค่ากล้องวิดีโอ โหมดตั้งค่ากล้องถ่ายภาพ โหมดตั้งค่าตัวรีโมท และยังทำ Live Streaming ได้ด้วยแต่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์เท่านั้น (ยัง Live ผ่าน Facebook ไม่ได้โดยตรง) ซึ่งเมื่อทำการปรับตั้งค่าและใช้งาน บ่อยๆก็จะคุ้นเคยและสามารถทำการปรับตั้งค่าได้อย่างรวดเร็ว ด้านหลังของกล้องจะมีฝาปิดที่มีการซีลด้วยโอริงไว้อย่างดี ทำให้สะดวกในการเชื่อมต่อในขณะใช้งานโดยไม่เกะกะ โดยมีช่องเสียบสายเชื่อมต่อแบบ Micro USB สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่และการเชื่อมต่อเพื่อโอนถ่ายข้อมูล นอกจากนี้ยังมีช่องเอาท์พุทแบบ Micro HDMI และช่องเสียบสายไมโครโฟนแบบ 3.5 ม.ม สำหรับการบันทึกเสียงที่ต้องการคุณภาพ บนฝาปิดยังมีไฟแสดงสถานะให้เห็นอย่างชัดเจนอีกด้วย ด้านข้างติดกันเป็น  สวิทช์เลื่อนล็อคฝาปิดใส่แบตเตอรี่ที่ถูกซีลไว้เช่นกัน

ด้านล่างของกล้องจะเป็นที่อยู่ของรูเสียบขาตั้งกล้องแบบเกลียวมาตรฐาน คู่กับช่องเสียบเมโมรี่การ์ดที่มีฝาปิดแบบโอริงกันน้ำ โดยในการเสียบเมโมรี่การ์ดจะต้องอาศัยเทคนิคกับความคุ้นเคยเล็กน้อยในครั้งแรกๆ เนื่องจากกล้อง FDR-X3000 นั้นสามารถใช้การ์ดเมโมรี่ได้ 2 แบบ (Dual format slot) นั่นคือแบบเมโมรี่สติ๊ก M2 ของ Sony กับ แบบ Micro SDHC/SDXC ซึ่งเป็นแบบมาตรฐาน ทำให้ทุกครั้งต้องแน่ใจว่าไม่เสียบการ์ดผิดด้าน ทำให้ต้องทำการเช็คทุกครั้งก่อนว่าการ์ดได้ถูกเสียบเข้าที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งทำได้ง่ายด่ายเพียงแค่เปิดกล้องแล้วรอให้จอแสดงผลบนกล้องแสดงตัวเลขจำนวนภาพนิ่งที่ถ่ายได้หรือเวลาบันทึกวิดีโอที่เหลือให้เห็น แต่ถ้ามีการใส่การ์ดผิดหรือไม่เข้าที่หน้าจอจะขึ้นไอคอนเป็นรูปการ์ดและกระพริบให้เห็นทันที  ในการใช้งานจริงกล้อง FDR-X3000 ให้การตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยมฉับไวในทันทีที่เปิดกล้องขึ้นมาเพื่อใช้งาน โดยผู้ใช้สามารถเปิดกล้องขึ้นได้สองวิธีทั้งในแบบเปิดโดยตรงจากตัวกล้องหรือจะเปิดจากตัวรีโมทไร้สายขึ้นมาพร้อมๆกันโดยวิธีหลังจะต้องรอให้ตัวรีโมทกับตัวกล้องทำการจับคู่กันก่อน ราวๆ 5 วินาที จากนั้นอีกราวๆ 10 วินาที บนหน้าจอของตัวรีโมทจะแสดงภาพ Live view ขึ้นให้เห็นและผู้ใช้จะสามารถตรวจเช็คหรือปรับตั้งค่าต่างๆของกล้องได้ทันทีตามต้องการก่อนการใช้งาน

คุณภาพของไฟล์ภาพ

กล้อง FDR-X3000 มาพร้อมกับเลนส์คุณภาพสูงของ ZEISS Tessar ที่มีช่วงความยาวโฟกัสขนาด 17 มม. f/2.8 ที่ให้ภาพคมชัด มีสีสันสมจริง โดยมีระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 50 เซนติเมตร ร่วมกับเซ็นเซอร์ Exmos R CMOS ขนาด 1/2.5 นิ้ว ความละเอียด 8.2 ล้านพิกเซล ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สามารถรับมือกับสภาพแสงที่แตกต่างและควบคุมการเกิด Noise เป็นอย่างดี กล้อง FDR-X3000 สามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงระดับ 4K ที่ 30fps (รวมถึง 24 fps,25 fps) คุณยังถ่ายวิดีโอที่ค่าบิทเรทขนาด 100 Mbps ในโหมดวิดีโอ XAVC ของ Sony และที่ค่าเฟรมเรท 120 fps ที่ 1080p เพื่อสร้างวิดีโอแบบสโลว์โมชั่นได้อย่างนุ่มนวลสวยงาม

ระบบกันสั่นแบบออปติคัล (B.O.SS) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม ด้วยคุณภาพของวิดีโอที่มีคมชัดปราศจากการสั่นไหวอย่างน่าประทับใจ โดยจะเห็นได้ในวิดีโอที่เราได้ทำการทดสอบของเรา ซึ่งในสภาพแสงที่ดีฟุตเทจ (รวมถึงภาพนิ่ง) มีความชัดเจนเต็มไปด้วยรายละอียดอย่างน่าทึ่ง กล้องมีการรับมือกับสภาพแสงได้อย่างชาญฉลาด ภาพที่ได้มีค่าเปิดรับแสงที่สวยงาม ถูกต้องไม่มืดดำหรือสว่างจ้าแม้จะมีการเปลี่ยนฉากภาพไปมาก็ตาม ที่ช่วงเลนส์มุมกว้าง ( 17 มม.) กล้องรับมือกับการบิดเบือนภาพได้เป็นอย่างดีโดยให้มุมมองภาพที่สวยงามและมีความบิดเบือนที่ต่ำ นอกจากนี้แล้วในสภาพแสงน้อยกล้อง FDR-X3000 ยังให้ไฟล์ภาพที่มี Noise ต่ำ และยังจัดว่าทำได้ดีมากเมื่อเทียบกับกล้อง Action cam คู่แข่งตัวอื่นๆในท้องตลาด

ภาพนิ่งนั้นยังเป็นอีกจุดเด่นของกล้อง FDR-X3000 ภาพถ่ายมีค่าเปิดรับแสงที่สวยงาม แม้จะทำการถ่ายย้อนแสงด้วยเลนส์ที่กว้างมากก็ตาม

อย่างไรก็ตามคุณสามารถปรับชดเชยค่าการเปิดรับแสงไ้ด้ตามชอบทันทีบนตัวกล้อง หรือผ่านทางตัวรีโมทไร้สายได้อย่างสะดวก อย่างไรก็ตามในสภาพแสงน้อย ภาพที่ได้จะปรากฎ Noise ให้เห็นและมีรายละเอียดภาพที่นุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองด้วยค่าขยายแบบเต็มจอ

 

 

อายุของแบตเตอรี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความสำคัญมากโดยเฉพาะเมื่อทำการถ่ายภาพแอคชั่นทีมีความต่อเนื่องยาวนาน ทาง Sony กล่าวว่าเมื่อถ่ายด้วยวิดีโอ 1080pจะมีอายุราว 2 ชั่วโมง 15 นาที หรือมีอายุแบตเตอรี่ 60 นาทีเมื่อถ่ายวิดีโอด้วยค่าความละเอียดระดับ 4K ซึ่งเรายอมรับว่าทาง Sony จัดการกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

บทสรุป

จากความได้เปรียบของ Sony ที่มีประสบการณ์อันยาวนานในด้านการผลิตกล้องวิดีโอมาจนถึงกล้องถ่ายภาพนิ่งระดับมืออาชีพ ทำให้กล้อง FDR-X3000 ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี่ขั้นสูงใหม่ๆมาพัฒนาใช้กับกล้องแบบ Action cam ได้อย่างลงตัว ช่วยทำให้การเก็บภาพแอคชั่นแบบเอ็กสตรีมสามารถทำได้อย่างคมชัด สมจริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเหล่านักกีฬาเอ็กสตรีมมืออาชีพไปจนถึงเหล่ากลุ่มบล็อคเกอร์ที่มองหากล้องขนาดเล็กที่ใช้งานง่าย รวมถึงคนทั่วไปที่ต้องการบันทึกความทรงจำที่สนุกสนานในช่วงวันหยุด ด้วยมุมมองแบบ POV ที่มีเป็นเอกลักษณ์ และมีความคมชัดอย่างน่าประทับใจจากระบบกันสั่นแบบออปติคัลที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับอุปกรณ์เสริมมากมายให้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ แน่นอนว่าด้วยราคาขายระดับพรีเมี่ยมตามสไตล์กล้องระดับโปรของ Sony ที่อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยในการตัดสินใจเมื่อเทียบกับกล้องคู่แข่งในท้องตลาด ซึ่งล่าสุดทาง Sony ได้ทำการปรับลดราคาลงจากเดิมที่น่าจะช่วยทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อหามาใช้งาน อีกทั้งเมื่อเทียบกับสเปคแบบจัดเต็มและจากการตอบสนองต่อการใช้งานที่ยอดเยี่ยมที่จะไม่พลาดในทุกเสี้ยววินาทีของทุกแอคชั่นแล้ว จึงไม่แปลกใจที่จะทำให้กล้อง Sony FDR-X3000 จัดเป็นกล้อง Action cam ที่จัดว่ามาแรงแซงทุกโค้งอยู่ในขณะนี้

TECH SPECS
ขนาดและนำ้หนัก 29.4x47.0x83.0 มม.
นำ้หนัก 114 กรัม (รวมแบตเตอรี่)
แบตเตอรี่ NP-BX1
เซ็นเซอร์ภาพ “Exmore R” CMOS ขนาด 1/2.5”
เลนส์ ZEISS Tessar 17มม. f/2.8
ระบบโฟกัสต่ำสุด 50 เซนติเมตร
ค่าความยาวโฟกัส W=17มม., M=23มม., N=32มม.
ระบบป้องกันสั่น STEADY SHOT แบบ Balanced Optical SteadyShot
ระบบไวท์บาลานซ์ Auto/ Colour Temp / Custom
ความเร็วชัตเตอร์ 1/30-1/10,000 (30 fps)
หน่วยประมวลผล BIONZ X

ฟังก์ชั่นถ่ายภาพภาพต่อเนื่อง, Time-Lapse.4K, Live Streaming ,Loop, Recording, Motion Shoot LE

การ์ดเมโมรี่ Memory Stick Micro/ Micro Sd/ SDHC/ SDXC

โหมดวีดีโอ MP4 : 1920x1080 / 60p / 50p XAVCS : 3840x2160x/ 30p/ 25p/ 24p 1920x1080/ 120p/  100p

การบันทึกเสียง MP4/MPEG-4 AAC-2C2 2ch, XAVCS : 2PCM 2ch ไมโครโฟน สเตอริโอในตัว

การเชื่อมต่อ Multi/Micro USB ช่องเสียบการ์ดแมมโมรี่ Micro HDMI, แจ็คมินิ สเตอริโอ

You may be interested

โซนี่ตอบรับตลาดถ่ายภาพมืออาชีพโต ส่งสุดยอดเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ 2 รุ่นใหม่เสริมทัพ  พร้อมกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสระดับเรือธง Alpha 9 II  กับฟังก์ชั่นใหม่ที่ตอบโจทย์ช่างภาพสายอาชีพในอีกระดับ
NEWS
92 views
NEWS
92 views

โซนี่ตอบรับตลาดถ่ายภาพมืออาชีพโต ส่งสุดยอดเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ 2 รุ่นใหม่เสริมทัพ พร้อมกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสระดับเรือธง Alpha 9 II กับฟังก์ชั่นใหม่ที่ตอบโจทย์ช่างภาพสายอาชีพในอีกระดับ

skatewaylife - November 15, 2019

 บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าขยายฐานกลุ่มคนรักการถ่ายภาพและช่างภาพมืออาชีพ พร้อมตอบรับความต้องการใช้งานได้อย่างตรงโจทย์ด้วยเทคโนยีอันทรงประสิทธิภาพ ด้วยการเปิดตัวกล้องอัลฟ่าฟูลเฟรมมิเรอร์เลสระดับเรือธง รุ่น Alpha 9 II (α9 II)     ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ที่ต่อยอดสมรรถนะจากกล้อง Alpha 9 ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อใช้งาน…

ฟูจิฟิล์มรุกตลาดกล้องมืออาชีพ เปิดตัว X-Pro3 กล้องที่ผสมผสานยุคฟิล์มและยุคดิจิตอลไว้ด้วยกันเป็น Digital Film Cameraเจาะกลุ่มคนรักการถ่ายภาพที่ชอบความคลาสสิกแบบกล้องฟิล์ม
NEWS
97 views
NEWS
97 views

ฟูจิฟิล์มรุกตลาดกล้องมืออาชีพ เปิดตัว X-Pro3 กล้องที่ผสมผสานยุคฟิล์มและยุคดิจิตอลไว้ด้วยกันเป็น Digital Film Cameraเจาะกลุ่มคนรักการถ่ายภาพที่ชอบความคลาสสิกแบบกล้องฟิล์ม

skatewaylife - November 7, 2019

ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผู้นำตลาดด้านกล้องดิจิตอลระดับมืออาชีพ พร้อมเปิดตัวFUJIFILM X-Pro3กล้องดิจิตอลที่ผสมผสานยุคฟิล์มและยุคดิจิตอลไว้ด้วยกัน ทั้งเรื่องของคุณภาพเทคโนโลยี และการออกแบบตัวกล้องแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของกล้องฟูจิฟิล์ม ซึ่งต่อยอดมาจาก X-Pro1 ที่เปิดตัวในปี 2012 และ X-Pro2 ที่เปิดตัวในปี 2016 พร้อมกับการพัฒนาคุณภาพของภาพให้ตอบสนองต่อการถ่ายภาพโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพด้วยฟิล์มผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้ X-Pro3เป็น Digital…

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัว instax mini Link –a new Smartphone Printer เครื่องปรินต์ภาพฟิล์มขนาดพกพา แกดเจ็ตใหม่ที่ต้องมีติดกระเป๋า ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทโฟน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ปลุกกระแสให้สนุกกับการปริ้นต์ภาพฟิล์มอีกครั้ง
NEWS
127 views
NEWS
127 views

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัว instax mini Link –a new Smartphone Printer เครื่องปรินต์ภาพฟิล์มขนาดพกพา แกดเจ็ตใหม่ที่ต้องมีติดกระเป๋า ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทโฟน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ปลุกกระแสให้สนุกกับการปริ้นต์ภาพฟิล์มอีกครั้ง

skatewaylife - October 19, 2019

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว instax mini Link เครื่องปริ้นต์ภาพฟิล์มขนาดพกพารุ่นใหม่ล่าสุด ได้พัฒนาให้ใช้งานควบคู่กับสมาร์ทโฟน ทำให้การปรินต์ภาพเป็นเรื่องง่าย สนุกและไม่ยุ่งยาก โดยมีแอปพลิเคชัน “instax mini Link”  เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องปรินต์กับสมาร์โฟนผ่าน Bluetooth ตัวเครื่องดีไซน์สวยมีความเรียบเท่ขนาดเล็กกระทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย…