Skateway Life

Leica Camera ขอนำเสนอ Leica TL2 ที่ผสานรวมคุณสมบัติอันเป็นเลิศและประสิทธิภาพอันน่าหลงใหลไว้ในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

July 13, 2017
5185 Views

 

นับตั้งแต่เปิดตัว ระบบกล้อง Leica TL ก็ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความล้ำหน้าทั้งในด้านความเร็ว ความง่ายในการใช้งาน และความยืดหยุ่น จนกลายมาเป็น Leica TL2 ใหม่ในวันนี้ที่ผสานรวมคุณสมบัติอันเป็นเลิศทั้งหมดไว้ด้วยกัน พร้อมนำแนวคิดสุดล้ำด้านกล้องถ่ายรูปก้าวสู่ยุคใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรมและแง่มุมใหม่ๆ ในการออกแบบ คุณลักษณะอันโดดเด่นของ Leica TL2 คือดีไซน์ตัวกล้องขนาดกะทัดรัดที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแต่ละชิ้นได้มาจากการตัดเฉือนอะลูมิเนียมหนึ่งก้อนด้วยความแม่นยำในโรงงานของ Leica และการเลือกใช้วัสดุชั้นเยี่ยมตลอดจนความชำนาญด้านวิศวกรรมในกระบวนการผลิตอันพิถีพิถันนี้เอง คือสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเรามาอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์การผลิตกล้อง และทำให้ Leica TL2 มีรูปลักษณ์ ความรู้สึกขณะใช้ และความมั่นคงแข็งแรงในแบบฉบับของ Leica อย่างแท้จริง

สวยงามทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

Leica TL2 มาพร้อมเซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 24 ล้านพิกเซลในรูปแบบ APS-C ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ควบคู่กับโปรเซสเซอร์จัดการภาพตระกูล Maestro II ประสิทธิภาพสูง จึงมั่นใจได้ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพโดดเด่นพร้อมช่วงไดนามิกที่น่าทึ่ง ถ่ายทอดสีสันและคอน

ทราสต์ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยความคมชัดที่เหนือชั้น สามารถแสดงรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนแม้แต่ในจุดเล็กๆ และ Leica TL2 ก็ไม่ได้มีดีแค่การถ่ายภาพนิ่งเพียงอย่างเดียว เพราะความสามารถในการถ่ายวิดีโอก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยในรุ่นนี้มีโหมดบันทึกวิดีโอให้เลือกใช้หลายโหมด เช่น 4K (3840 x 2160p ที่ 30เฟรมต่อวินาที), Full HD (1920 x 1080p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที), HD (1280 x 720p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที) หรือสโลว์โมชั่น [SLOMO] ที่ 120เฟรมต่อวินาที เรียกได้ว่ามีครบทุกโหมดที่ต้องการ

เร็วและแทบไม่มีเสียง

หนึ่งในจุดเด่นของ Leica TL2 คือ ระบบออโต้โฟกัสที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นจากเดิมทั้งในแง่ความเร็วและความแม่นยำ ตัวอย่างเช่น กล้องจะโฟกัสสิ่งที่ต้องการถ่ายอย่างคมชัดในเวลาเพียง 165 มิลลิวินาที (มาตรฐาน CIPA ด้วยเลนส์ซูม Leica ระยะมาตรฐานโดยหมุนไปที่มุมกว้าง) หรือเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 3 เท่า ส่วนโปรเซสเซอร์จัดการภาพตระกูล Maestro II ของ Leica นั้นนอกจากจะมีส่วนช่วยให้ออโต้โฟกัสทำงานเร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้กล้องเริ่มทำงานเร็วขึ้นมากด้วย และอีกหนึ่งคุณสมบัติที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ก็คือชัตเตอร์ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ถ่ายภาพด้วยความไวชัตเตอร์สูงถึง 1/40,000 วินาทีได้เงียบ และเพิ่มความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องจากเดิม 7 เฟรมเป็นสูงสุดที่ 20 เฟรมต่อวินาที

เชื่อมต่อได้ทั้งแบบใช้สายและไร้สาย

Leica TL มีโมดูล Wi-Fi มาให้ในตัวพร้อมด้วยฟังก์ชันการตั้งค่าสำหรับใช้เป็นฮอตสปอตมือถือ ช่วยให้สามารถถ่ายโอนรูปภาพและวิดีโอผ่านระบบไร้สายไปยังสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปได้อย่างสะดวกสบายจากทุกที่ จากนั้นจะแชร์ต่อทางอีเมล หรือโพสต์ลง Facebook, Instagram หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วเหลือเชื่อโดยต่อสายกับพอร์ต HDMI และ USB 3.0 ในตัวกล้อง และยังสามารถใช้พอร์ต USB เพื่อชาร์จกล้อง Leica TL2 ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีที่ชาร์จแบตเตอรี่ เช่น เสียบชาร์จกับแล็ปท็อปหรือพาวเวอร์แบงก์

ผู้ใช้อุปกรณ์ iOS และ Android สามารถดาวน์โหลด Leica TL-App เพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ และใช้เป็นรีโมทคอนโทรลเพื่อปรับค่าต่างๆ ในการถ่ายภาพ เช่น ความไวชัตเตอร์และรูรับแสง นอกจากนี้ TL-App ยังช่วยให้ถ่ายภาพและวิดีโอจากมุมที่แปลกตาได้ง่ายขึ้นด้วย โดยใช้ตัวตั้งเวลาการถ่ายภาพหรือตั้งความไวชัตเตอร์นานๆ

ทันสมัย ใช้งานง่าย และอเนกประสงค์
เมนูของ Leica TL2 มีโครงสร้างที่ชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น เพราะมีการจัดกลุ่มรายการเมนูตามฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกัน ช่วยให้สามารถควบคุมกล้องได้ง่ายและคล่องแคล่วยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีเมนู MyCamera ที่ให้ช่างภาพปรับแต่งอินเทอร์เฟซการใช้งานตามความชอบหรือความต้องการเฉพาะตัว เพื่อให้สามารถเรียกใช้งานคุณสมบัติและค่าพรีเซตต่างๆ ที่ใช้บ่อยได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ หน้าจอสัมผัสยังตอบสนองได้รวดเร็วทันใจมากขึ้นกว่าเดิมถึง 8 เท่า ทำให้การควบคุมกล้องมีประสิทธิภาพและว่องไวยิ่งขึ้น และหัวใจสำคัญในส่วนนี้ก็คือ หน้าจอระบบสัมผัสแบบ LCD ขนาด 3.7 นิ้วที่สว่างสดใสและคมชัด ช่วยให้ช่างภาพสามารถจัดองค์ประกอบและพิจารณาสิ่งที่อยู่ในภาพทั้งก่อนและหลังถ่ายภาพได้อย่างสะดวกสบายและถูกต้องแม่นยำ ส่วนควบคุมที่เหลือมีเพียงปุ่มควบคุมจริงๆ อีก 4 ปุ่ม ซึ่งจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้ถนัดมือ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ช่างภาพมีสมาธิเต็มที่กับการจัดองค์ประกอบภาพโดยไม่มีอะไรมากวนใจ

ดีที่สุดในรุ่น
ระบบ Leica TL มีเลนส์ให้เลือกใช้อย่างครบครัน หรือมีช่วงทางยาวโฟกัสสำหรับการถ่ายภาพทุกประเภทในแทบทุกสถานการณ์ โดยในปัจจุบันระบบนี้มีเลนส์ทั้งหมด 6 ตัว แบ่งเป็นเลนส์ไพรม์ 3 ตัว และเลนส์ซูมอีก 3 ตัว ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการในการถ่ายภาพทุกรูปแบบ เริ่มจากเลนส์ไพรม์ 2 ตัว นั่นคือ Leica Summicron-TL 23 mm f/2 ASPH และ Summilux-TL 35 mm f/1.4 ASPH ซึ่งเป็นทางยาวโฟกัสสุดคลาสสิกสำหรับการถ่ายภาพข่าว เสริมด้วย APO-Macro-Elmarit-TL 60 mm f/2.8 ASPH ซึ่งเป็นเลนส์สำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ที่ต้องการรายละเอียดสูง ถัดมาคือเลนส์ซูมขนาดกะทัดรัด 3 ตัว ได้แก่ Leica Super-Vario-Elmar-TL 11-23 mm f/3.5-4.5 ASPH, Vario-Elmar-TL 18-56 mm f/3.5-5.6 ASPH และ APO-Vario-Elmar-TL 55-135 mm f/3.5-4.5 ASPH ที่ครอบคลุมทางยาวโฟกัสครบทุกช่วงตั้งแต่ 17 ถึง 200 มม. (ระยะเทียบเท่าในรูปแบบ 35 มม.) และสามารถเก็บบันทึกภาพถ่ายที่มีคอนทราสต์สูงทั่วทั้งภาพจากมุมจรดมุม

เลนส์ทั้งหมดในระบบ Leica TL มีความโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพการบันทึกภาพที่เหนือชั้นทุกระยะ ตั้งแต่ระยะโฟกัสใกล้สุดจนถึงระยะอินฟินิตี้ และถ่ายทอดภาพถ่ายออกมาใน “แบบฉบับ Leica” ซึ่งยากจะหาใครเลียนแบบพร้อมด้วยโบเก้อันเป็นเอกลักษณ์ เลนส์แต่ละตัวได้รับการพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบออปติกในเมืองเวทซ์ลาร์ (เยอรมนี) จึงสามารถบันทึกภาพได้อย่างยอดเยี่ยมสมชื่อเลนส์ Leica และแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเชี่ยวชาญในระบบออปติก ความแม่นยำในงานวิศวกรรม ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุชั้นเยี่ยมเป็นส่วนประกอบ จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพที่มีมาตรฐานสอดคล้องกันและไว้ใจได้เสมอเมื่อใช้งาน

รับประกันความยั่งยืนในการใช้งาน เพราะถึงต่างระบบก็ใช้ร่วมกันได้
ทั้งกล้อง TL และ SL ของ Leica ต่างใช้เมาต์ L-Bayonet ช่างภาพจึงสามารถใช้เลนส์ SL กับกล้อง Leica TL2 ได้โดยไม่ต้องมีอะแดปเตอร์ ซึ่งเป็นการเน้นย้ำอีกครั้งว่า Leica ยังคงยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของการใช้งานข้ามระบบและความยั่งยืนไม่เปลี่ยนแปลง โดยเห็นได้จากการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเดียวกันด้วย หรือถ้าต้องการใช้เลนส์ Leica M และ R กับกล้อง TL ก็สามารถใช้อะแดปเตอร์แบบเฉพาะ Leica M-Adapter ที่มีให้เลือกระหว่างสีดำและสีเงินได้

ดีไซน์ใหม่ในสองสี
Leica TL2 มีให้เลือกสองสีตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย โดยดีไซน์ของกล้องทั้งสีเงินและสีดำมีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นก่อนหน้านี้เล็กน้อย ซึ่งนอกจากขอบตัวกล้องแบบลบมุมแล้ว ยังมีส่วนควบคุมที่ออกแบบขึ้นใหม่หมดเพื่อรูปลักษณ์ที่ดูดีมีสไตล์ และเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่เมื่อได้สัมผัสอีกด้วย

You may be interested

ทดสอบสุดยอดกล้องไฮบริดความเร็วสูง Fujifilm X-H2S สเป็คจัดเต็มพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
Reviews
140 views
Reviews
140 views

ทดสอบสุดยอดกล้องไฮบริดความเร็วสูง Fujifilm X-H2S สเป็คจัดเต็มพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

skatewaylife - August 16, 2022

กล้อง Fujifilm X-H2S เป็นกล้อง Mirrorless APS-C ระดับเรือธงที่ทาง Fujifilm เปิดตัวออกมาพร้อมสเป็คแบบจัดเต็มสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกภาพต่อเนื่องความเร็วสูงขนาด 40 เฟรมต่อวินาทีแบบ Blackout free และคุณภาพวิดีโอระดับโปร 6K/30P รองรับ Apple ProRes, 4K/120P…

NEWS
174 views

แคนนอน รุกตลาดกล้องมิเรอร์เลสเต็มสูบ เปิดตัว Canon EOS R7 และ EOS R10 เสริมทัพด้วยเลนส์ Canon RF-S อีก 2 รุ่น พร้อมเผยราคาในไทยอย่างเป็นทางการ

skatewaylife - June 29, 2022

[siteorigin_widget class="SiteOrigin_Widget_Image_Widget"][/siteorigin_widget] Canon EOS R7 ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างจริงจังด้วยฟีเจอร์ขั้นเทพที่เปี่ยมประสิทธิภาพ สปีดเร็ว แม่นยำ และทนทานไม่แพ้กล้องระดับมืออาชีพ ครอบคลุมทั้งการถ่ายภาพกีฬา ยานยนต์ นกและสัตว์ป่า พร้อมประสิทธิภาพด้านงานวิดีโอระดับ 4K60P (7K Oversampling) Canon EOS R10 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างอิสระ…

ฟูจิฟิล์มตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดกล้องไฮเอนด์เปิดตัว GFX50S II พร้อมเลนส์ GF35-70 mm F4.5-5.6 WR ชูนวัตกรรมและเทคโนโลยี กับคุณภาพไฟล์ที่ดีเยี่ยม พร้อมฟังก์ชั่นและดีไซน์ที่เล็กพกพาสะดวก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ
NEWS
654 views
NEWS
654 views

ฟูจิฟิล์มตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดกล้องไฮเอนด์เปิดตัว GFX50S II พร้อมเลนส์ GF35-70 mm F4.5-5.6 WR ชูนวัตกรรมและเทคโนโลยี กับคุณภาพไฟล์ที่ดีเยี่ยม พร้อมฟังก์ชั่นและดีไซน์ที่เล็กพกพาสะดวก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ

skatewaylife - October 7, 2021

ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) ประกาศการเป็นผู้นำตลาดกล้องไฮเอนด์ เดินหน้าเปิดตัวกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลสอย่างต่อเนื่อง ปลุกกระแสตลาดกล้องระดับมืออาชีพ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19  ล่าสุดกับการเปิดตัว FUJIFILM GFX50S II และ เลนส์ GF35-70 mm. F4.5-5.6 WR ชูนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งาน ของ GFX50S…