Skateway Life

“กล้องมีเดียมฟอร์แมทมิลเลอร์เลสขุมพลัง 51.4 MP รองรับการใช้งานระดับมืออาชีพ”

November 8, 2017
1909 Views

หลังจากที่ทางบริษัท Fujifilm ได้ตัดสินใจแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัวกล้องดิจิตอลระดับมืออาชีพรุ่น GFX 50S ซึ่งเป็นกล้องแบบ Medium Format ในแบบ Mirroless ออกมาแทนที่จะเป็นกล้องดิจิตอลในตละกูล X-Series ที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ Full Frame ที่หลายคนคาดการณ์ไว้ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจากนี่เป็นตลาดของกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นช่างภาพมืออาชีพ อีกทั้งยังเป็นการเปิดไลน์ชิ้นเลนส์ Fujinon GF รุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อมารองรับฟอร์แมทกล้อง GFX อีกด้วย

ทำความรู้จักกล้อง Medium Format กันก่อน

อันดับแรกต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของกล้องถ่ายภาพดิจิตอล ที่ถูกผลิตออกมาในปัจจุบันนั้นจะมีการแบ่งประเภทออกมาตามขนาดของเซ็นเซอร์ที่ถูกนำมาใช้ ซึ่งขนาดที่ได้รับความนิยมได้แก่ขนาด Micro 4/3 (17.3x13 มม. ) ขนาด APS-C (23.6x15.7 มม. ) และ ขนาด Full Frame ( 36x44 มม.) โดยที่เซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่มากไปกว่านี้จะถูกเรียกว่าขนาด Medium Format ซึ่งกล้องแบบ Medium Format ที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่มากๆเช่นนี้มักจะถูกใช้งานในระดับมืออาชีพเพื่อการถ่ายภาพที่ต้องการคุณภาพของไฟล์ภาพสูงสุดและแน่นอนว่ากล้องส่วนใหญ่จะมีราคาค่าตัวที่สูงมากๆ ดังนั้นกล้อง Medium Format จึงถูกใช้งานอยู่ในสตูดิโอถ่ายภาพโฆษณาเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยที่เซ็นเซอร์ขนาด Medium Format ของ Fujifilm GFX 50S นั้นมีขนาด 43.8x32.9 มม. ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่กว่าเซ็นเซอร์แบบ Full Frame ถึง 1.7 เท่า จึงให้ภาพที่มีความคมชัดสูงกว่า เก็บรายละเอียดได้มากกว่า มี Noise ที่ตำ่กว่า รวมถึงมีค่าไดนามิกเรนจ์ที่กว้างกว่าอีกด้วย 

นอกจากนี้แล้วกล้อง Medium Format แบบดิจิตอลส่วนใหญ่ในท้องตลาดนั้นเป็นกล้องแบบ DSLR หรือเป็นกล้องที่มีกลไกกระจกสะท้อนภาพอยู่จึงทำให้ตัวกล้องมีขนาดใหญ่มีนำ้หนักมากทำให้เหมาะกับการใช้งานในสตูดิโอมากกว่าในขณะที่กล้อง Fujifilm GFX 50S เป็นกล้อง Medium Format แบบ Miorrless ที่ได้ประโยชน์จากการออกแบบที่ชาญฉลาดทำให้ตัวกล้องมีขนาดที่เล็กและมีนำ้หนักเบาทำให้มีความคล่องตัวในการจับถือใช้งานได้แทบไม่ต่างไปจากกล้อง DSLR แบบ Full Frame อีกท้ังตัวบอดี้ผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ที่แข็งแรงและมีนำ้หนักเบาทั้งยังได้รับการซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่นละออกมาเป็นอย่างดีทำให้สามารถนำกล้อง GFX 50S ออกไปใช้งานภาคสนามได้อย่างมั่นใจซึ่งช่วยเปิดมุมมองของการถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆได้อย่างหลากหลายมากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นงานแฟชั่นนอกสถานที่งานแลนด์สเคปหรือแม้กระทั่งการถ่ายภาพกีฬาเอ็กสตรีม

คุณสมบัติรองรับการใช้งานระดับมืออาชีพ

ด้วยพื้นฐานของกล้อง Fujifilm GFX 50S เป็นกล้อง Mirrorless ทำให้สามารถออกแบบบตัวกล้องให้มีขนาดที่เล็กแบนบางได้อย่างน่าทึ่งเมื่อเทียบกับกล้อง Medium Format ตามปกติที่ยังคงมีกลไกกระจกสะท้อนภาพอยู่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือขนาดมิติของบอดี้ที่ใกล้เคียงกับกล้อง DSLR แบบ Full Frame ระดับโปรเช่นเดียวกับยังมีน้ำหนักของตัวกล้องที่แทบไม่ต่างด้วยนำ้หนักขนาด 825 กรัม (เฉพาะบอดี้) หรือเมื่อรวมกับเลนส์ Fujinon GF 63 มม. ก็ยังมีน้ำหนักราว 1,230 กรัมซึ่งก็ยังถือว่าสูสีไม่ต่างไปจากกล้อง DSLR แบบ Full Frame พร้อมเลนส์เช่นกัน

รูปทรงของกล้อง FujiFilm GFX 50S ได้ถูกออกแบบมาในสไตล์กล้อง SLR ที่ดูสวยงามลงตัวตามแบบที่ทาง FujiFilm ถนัด โดยมีกริปมือจับที่อวบอ้วนขนาดใหญ่ ช่วยให้จับกล้องได้อย่างกระชับ สามารถใช้งานด้วยมือข้างเดียวได้อย่างถนัดมือ ทั้งยังให้ความสมดุลในขณะใช้งานได้เป็นอย่างดีจนบางครั้งลืมไปเลยว่ากำลังใช้งานกล้อง Medium Format อยู่ในมือ

สำหรับคนที่คุ้นเคยกับกล้อง FujiFilm แล้วจะพบว่าการจัดวางแป้นหมุนควบคุมและปุ่มกดตั้งค่าต่างๆของกล้อง FujiFilm GFX 50S นั้นดูแล้วเหมือนกับเป็นแฝดรุ่นพี่ที่ตัวใหญ่กว่าของกล้องรุ่น X-T2 ตัวเก่งของ FujiFilm เช่นกันทำให้ความรู้สึกในการปรับตั้งค่าและควบคุมที่คล่องแคล่วไม่สับสนแม้กับคนที่จับกล้องขึ้นมาใช้เป็นครั้งแรก

ด้านบนของกล้องมีแป้นหมุนปรับตั้งค่า ISO ทางด้านซ้ายของช่องมองภาพทรงสูง โดยมีแป้นหมุนปรับค่าความเร็วชัตเตอร์ขนาดเท่าๆกัน ที่ทั้งคู่มาพร้อมกับปุ่มกดล็อคกันการหมุนปรับโดยไม่ได้ตั้งใจ ปุ่มกดชัตเตอร์ สวิสซ์เปิด/ปิด แบบคานโยกล้อมรอบอยู่ด้านบนของกริปมือจับ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ลงตัวง่ายต่อการกดใช้งานได้อย่างสะดวก ด้านข้างของปุ่มชัตเตอร์จะมีปุ่มกดเล็กๆใช้กดเพื่อปรับชดเชยค่าเปิดรับแสงที่ตามปกติแล้วบริเวณนี้จะเป็นที่อยู่ของแป้นหมุนเฉพาะกิจที่ใช้หมุนปรับค่าชดเชยแสงได้โดยตรงทันที แต่เนื่องจากต้องเสียสละพื้นที่ส่วนนี้ให้กับจอ LCD แสดงผลจอที่ 2 ที่ช่วยแสดงค่ากล้องที่สำคัญต่างๆให้เห็นได้ทันทีอย่างชัดเจนเพียงแค่ชำเลืองมอง

หน้าจอแสดงผล LCD ทัชสกีนแบบ Dual hinge ที่กางออกและปรับมุมได้สองทิศทางทั้งมุมก้ม(40องศา) และมุมเงย(90 องศา) และปรับเงยในแนวตั้งได้ (60 องศา) ให้ภาพที่คมชัดสบายตาด้วยหน้าจอขนาด 3.2 นิ้วความละเอียด 2.4 ล้านพิกเซลโดยที่สามารถแตะหน้าจอเพื่อเลือกจุดโฟกัส (AE area) ได้ซึ่งสะดวกกว่าการใช้แท่งจอยสติ๊กขนาดจิ๋วด้านหลังของกล้อง

กล้อง GFX 50S มาพร้อมกับช่องมองภาพ  EVF ขนาดใหญ่ให้ภาพที่คมชัดสบายตาจากจอ OLED ขนาด 0.5 นิ้ว ความละเอียดสูง 3.69 ล้านพิกเซล ที่ครอบคลุมมุมมอง 100% พร้อมอัตราขยายภาพ 0.85 เท่า และสามารถปรับชดเชยค่าสายตาได้ครอบคลุม -4 ถึง +2 Dioptor โดยที่ช่องมองภาพของ GFX 50S นั้นสามารถถอดออกมาได้หรือเปลี่ยนเป็นช่องมองภาพ รุ่น EVF-TL1 (อุปกรณ์เสริม) ที่หมุนปรับองศาในการมองได้ทั้งในแนวตั้งฉากและหมุนหันได้เมื่อต้องถ่ายจากแนวตั้งด้านบน

เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 51 ล้านพิกเซลขนาด 43.8 มม. x 32.9 มม. ซึ่งเป็นหัวใจหลักของกล้อง FujiFilm GFX 50S นั้น เป็นแบบ RGB Bayer ที่มีการจัดวางเรียงฟิลเตอร์ด้านหน้าเซ็นเซอร์ในแบบดั้งเดิม ยังไม่ได้มีการใช้เซ็นเซอร์ X- Trans แบบที่ใช้ในกล้องตระกูล X-Series ตามปกติ ทั้งนี้น่าจะมาจากขนาดของเซ็นเซอร์ภาพทีมีขนาดใหญ่มาก ทำให้ง่ายต่อการออกแบบการจัดวางเลนส์รับแสงบนตัวเซ็นเซอร์ภาพให้มีประสิทธิภาพในการรับแสงได้สูงสุด อีกทั้งตัวเซ็นเซอร์ยังปราศจากฟิลเตอร์ Optical Low Pass ช่วยให้สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตัวเซ็นเซอร์จึงเก็บโทนสีได้กว้าง และมี Noise ที่ตำ่มาก ทำให้ได้ไฟล์ภาพที่มีคุณภาพสูงสุด รองรับไฟล์  RAW ทีมีความละเอีบดถึง 14 bit อีกทั้งจากการที่ตัวเซ็นเซอร์เป็นแบบ 4:3 ช่วยให้สามารถเลือกฟอร์แมทภาพได้หลากหลาย ( Multi aspect ) ตั้งแต่อัตราส่วน 4:3 (มาตราฐาน), 3:2, 1:1, 4:5, 6:7 และ 6:17  ช่วยเพิ่มความสะดวกและสร้างความยืดหยุ่นในการใช้งานได้เป็นอย่างดี และเมื่อผนวกเข้ากับประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของหน่วยประมวลผล X-Processor Pro อันเลื่องชื่อของ FujiFilm แล้ว ทำให้สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมากจากเซ็นเซอร์ขนาด 51 ล้านพิกเซลได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ ส่งผลให้กล้องมีการตอบสนองต่อการโฟกัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมาก

ในส่วนของระบบโฟกัสภาพของกล้อง GFX 50S เป็นแบบ Contrast-detection ที่มีความรวดเร็วฉับไวโดยมีจุดโฟกัสมากถึง 425 จุดกระจายทั่วทั้งภาพซึ่งสามารถปรับเลือกรูปแบบการโฟกัสได้ตามต้องการด้วยการปรับขนาดของกรอบสี่เหลี่ยมและเลื่อนปรับตั้งตำแหน่งได้ทันทีอย่างรวดเร็วทั้งด้วยการใช้แท่งจอยสติ๊กหรือใช้หน้าจอทัชสกรีนด้านหลังของกล้อง

กล้อง FujiFilm GFX 50S ยังคงใช้กลไลของระบบม่านชัตเตอร์แบบ Focal Plan ที่ติดตั้งอยู่ที่หน้าเซ็นเซอร์โดยยังมีทั้งชัตเตอร์แบบอิเล็คโทรนิคหรือการใช้ชัตเตอร์กลไกร่วมกับม่านชัตเตอร์แบบอีเล็คโทรนิคที่ช่วยให้มีค่าความไวชัตเตอร์สูงสุดที่ 1/4,000 วินาทีและ 1/16,000 วินาที (เมื่อใช้ชัตเตอร์อิเล็คโทรนิค) โดยถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงได้สูงสุด 3 ภาพต่อวินาทีซึ่งถึงแม้อาจจะไม่เร็วมากในแบบกล้องขนาดเล็กแต่ก็สามารถถ่ายต่อเนื่องไปได้จนกว่าการ์ดจะเต็ม

ถึงแม้ว่ากล้อง GFX 50S จะเป็นกล้อง Medium Format แต่ก็ยังสามาถถ่ายวีดีโอคุณภาพสูงระดับ Full HD (1080/30p) ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกทั้งยังมีช่องต่อหูฟังและไมโครโฟนมาให้อย่างครบครันแน่นอนว่าในโหมดวีดีโอนี้อาจจะยังไม่ได้ถูกทำมาอย่างเต็มรูปแบบแต่คุณภาพของไฟล์วีดีโอจากเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้คุณภาพไฟล์ภาพนิ่งด้วยเช่นกัน

โดยในครั้งนี้ทาง FujiFilm ได้ทุ่มพัฒนาเลนส์ Fujinon ในตระกูล “GF” ออกมาอย่างตั้งใจเพื่อรองรับเมาท์เลนส์ล่าสุดแบบ “G Mount” ที่มีระยะ Flange back ที่สั้นมาก (จากข้อได้เปรียบของระบบ Mirrorless) เพียง 26.7 มม. ซึ่งลดการเกิดขอบภาพดำ (Vignettning) และช่วยให้ได้ภาพถ่ายที่คมชัดสูงสุดโดยมีการเปิดตัวเลนส์ออกมาก่อนครั้งแรกพร้อมกับบอดี้กล้องทั้งหมด 3 ตัวได้แก่เลนส์มาตรฐาน Fujinon GF 63 mm. F2.8 R WR (เทียบเท่า 50 มม.ในฟอร์แมท 35 มม.) เลนส์ซูมมาตราฐาน Fujinon GF 32-64 mm. F4 R LM WR (เทียบเท่า 25-51 มม.) และเลนส์มาโคร GF 120 มม. F4 Macro R LM OIS WR (เทียบเท่า 95 มม.)

และจะมีเลนส์เพิ่มอีก 3 ตัว เปิดตัวตามมาอีกนั่นคือ เลนส์เทเลโฟโต้ GF 110 mm. F2 R LM WR (เทียบเท่า 87 มม.) เลนส์มุมกว้างพิเศษ GF 23 mm. F 4 R LM WR (เทียบเท่า18 มม.) และเลนส์มุมกว้าง GF 45 mm. F2.8 R WR (เทียบเท่า 35 มม.) โดยที่เลนส์ทั้งหมดมาพร้อมกับคุณสมบัติทนต่อฝุ่นผงและละอองน้ำจากการซีลเลนส์อย่างดี สามารถใช้งานภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำได้ถึง -10 องศาเซลเซียล ซึ่งนับเป็นข่าวดีสำหรับช่างภาพทิวทัศน์และงานภาคสนามที่ต้องการอุปกรณ์ที่ไว้ใจได้

ผลงานภาพถ่ายจากการใช้งานจริง 

เมื่อพูดถึงกล้องแบบ Medium Format แล้วส่วนใหญ่ทุกคนก็จะนึกภาพถึงการจัดแสงไฟในสตูดิโอเพื่อถ่ายภาพบุคคลหรือภาพสินค้าที่มีสภาพแสงที่สมบูรณ์แบบมีความคมชัดสูงสุดแต่ถ้าหากดูจากสเป็คและความตั้งใจในการออกแบบของทาง FujiFilm แล้วจะเห็นว่ากล้อง FujiFilm GFX 50S เป็นกล้อง Medium Format ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานภาคสนามได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กันดังจะเห็นได้จากรูปทรงของกล้องที่ถอดแบบมาจากกล้อง X-T2 และโครงสร้างของกล้องแบบ Mirrorless ผลิตจากแมกนีเซียมที่แข็งแรงและมีนำ้หนักเบาอีกทั้งในส่วนบอดี้และเลนส์ในตระกูล GF ทุกตัวยังได้รับการซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่น (WR) รองรับการใช้งานภายใต้อุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียสได้อย่างสบาย 

 การทดสอบคราวนี้ของเราจึงตั้งใจทำการทดสอบกล้อง FujiFilm GFX 50S ในแบบลงพื้นที่ภาคสนาม เพื่อให้เข้ากับคุณสมบัติของตัวกล้องที่มีความแข็งแรงและมีรูปทรงเหมาะมือจับถือใช้งานได้อย่างคล่องตัว ซึ่ง ทาง FujiFilm ประเทศไทย ได้จัดชุดกล้อง FujiFilm GFX 50S พร้อมชุดเลนส์ GF ทั้ง 3 ตัวมาให้เราทดสอบกันอย่างครบครัน 

ซึ่งเราเริ่มทำความคุ้นเคยกับปุ่มกดและฟังก์ชั่นต่างๆของกล้อง FujiFilm GFX 50S ด้วยการถ่ายภาพในสตูดิโอด้วยกล้องแบบ Medium Format โดยเป็นการถ่ายภาพกิจกรรมออกกำลังกายรูปแบบใหม่นั่นคือโยคะริงที่อาศัยหลักการพื้นฐานและการจัดระเบียบร่างกายมาจากท่าของการฝึกโยคะแต่โยคะริงจะมีการใช้อุปกรณ์เสริมที่ถูกออกแบบมาให้ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับการฝึกฝนท่าต่างๆได้ง่ายและสนุกสนานมากยิ่งขึ้นซึ่งเราได้ใช้แสงสว่างหลักในการถ่ายภาพที่มาจากหน้าต่างและประตูกระจกขนาดใหญ่ของสตูดิโอที่หันไปทางทิศใต้ทำให้เราได้รับแสงแดดในช่วยบ่ายได้อย่างเต็มที่ยาวไปจนถึงช่วงเย็นของวัน

เราเลือกใช้เลนส์ Fujinon GF 63 mm. F2.8 R WR (เทียบเท่า 50 มม.ในฟอร์แมท 35 มม.) ซึ่งจัดเป็นเลนส์มาตรฐานมาใช้ก่อนเป็นตัวแรกเพื่อให้ได้มุมมองสมจริงเป็นธรรมชาติทำการถ่ายภาพในท่าเบสิคสบายๆไปก่อนเพื่อเป็นการวอร์มอัพนางแบบและช่วยสร้างความคุ้นเคยในการปรับตั้งและใช้งานกล้องในครั้งแรกให้กับเราได้เป็นอย่างดีโดยที่เพียงไม่นานก็คุ้นเคยกับกล้องได้อย่างรวดเร็วจากการที่เหล่าบรรดาเมนูและปุ่มกดต่างๆล้วนแต่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวเข้าใจง่ายจากนั้นเราจึงเริ่มขยับเปลี่ยนมาใช้เลนส์ Fujinon GF 120 มม. F4 Macro R LM OIS WR  ซึ่งเป็นเลนส์มาโครที่มีช่วงความยาวโฟกัสเทียบเท่า 95 มม.หรือจัดเลนส์เทเลโฟโต้ช่วงสั้นที่พอเหมาะมากในการเก็บภาพแบบเต็มตัวได้เต็มกรอบภาพและมีสัดส่วนของตัวแบบที่สวยงามสมจริงไม่บิดเบือนโดยแสงแดดช่วงบ่ายที่ส่องทางด้านหลังตัวแบบเป็นแสงหลักเริ่มที่จะแรงมากขึ้นจนมีค่าแสงระหว่างฉากหลังและด้านหน้าของตัวแบบที่แตกต่างกันค่อนข้างมากซึ่งถึงแม้จะใช้แผ่นสะท้อนแสงช่วยเพิ่มแสงและลดเงาดำทางด้านหน้าของตัวแบบแล้วเราก็ยังต้องทำการชดเชยค่าแสงให้สว่างมากขึ้นถึงเกือบสามสต็อปครึ่งแต่ต้องยอมรับว่ากล้อง FujiFilm GFX 50S ผ่านฉลุยสำหรับการรับมือกับช่วงโทนแสงที่มีช่วงต่างมากๆได้อย่างน่าประทับใจภาพถ่ายที่ได้เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ครบถ้วนสวยงามทั้งในส่วนเงามืดและไฮไลท์ซึ่งต้องยอมรับในประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมของเซ็นเซอร์ภาพและหน่วยประมวลผลภาพที่ชาญฉลาดของกล้องจริงๆ 

กล้อง FujiFilm GFX 50S แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบวัดแสงที่แม่นยำ ที่แม้ว่าตัวแบบในภาพจะมีการย้อนแสงอย่างเต็มที่จากแสงธรรมชาติจากหน้าต่างทางด้านหลัง แต่ตัวแบบในภาพก็ยังคงมีค่าเปิดรับแสงที่สวยงามดูดีไม่มืดดำในขณะที่มีฉากหลังที่สว่างจ้าได้อย่างงดงาม

เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 51 ล้านพิกเซลแบบ RGB Bayer ที่ปราศจากฟิลเตอร์ Optical Low Pass  แสดงประสิทธิภาพในเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยภาพถ่ายที่มีการไล่โทนแสงในส่วนสว่างและเงามืดอย่างได้งดงาม แม้จะมีค่าแสงที่ต่างกันมากอย่างสุดขั้วดังเช่นในภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่วงไดนามิกเรนจ์ที่กว้างมากๆ  

แน่นอนว่าจุดเด่นของกล้อง FujiFilm GFX 50S ที่ได้สร้างความประทับใจให้กับเราตั้งแต่แรกก็คือขนาดและนำ้หนักของชุดกล้องทั้งหมดที่สามารถนำลงไปบรรจุแทนที่ชุดกล้อง DSLR เข้าไปในกระเป๋ากล้องแบบฮาร์ดเคสตัวเก่งของเราได้อย่างพอดี โดยที่เราสามารถบรรจุบอดี้กล้อง FujiFilm GFX 50S ติดเลนส์ GF 63 mm. F2.0 R WR เลนส์ GF 32-64 mm. F4 R LM WR และ เลนส์มาโคร GF 120mm. F4 Macro R LM OIS WR เอาไว้ได้ในกระเป๋าใบเดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการทำงานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีนำ้หนักรวมที่ใกล้เคียงกับชุดกล้องและเลนส์แบบ DSLR จนแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างของกล้องที่บรรจุอยู่กระเป๋า

จากนั้นเราได้นำกล้อง FujiFilm GFX 50S มาทดลองเก็บภาพนอกสถานที่กับงาน Mini Stuff 2 ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีของชมรม Mini Family Club Thailand ซึ่งเป็นงานเหล่าบรรดาสมาชิกของชมรมจะนำรถ Mini Classic สีสดใสน่ารักและของสะสมมาโชว์กันในงานโดยกิจกรรมจะเริ่มจัดในช่วงเย็นรวมถึงมีการแสดงดนตรีในช่วงค่ำๆช่วยให้เราได้มีโอกาสทดสอบในเรื่อง Noise และค่าความไวแสงสูงๆของกล้องได้เป็นอย่างดีซึ่งกล้อง FujiFilm GFX 50S ก็ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการรับมือกับการเกิด Noise ได้อย่างยอดเยี่ยม  ซึ่งเป็นความได้เปรียบจากเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ส่งผลให้ภาพถ่ายที่ใช้ค่าความไวแสงในช่วง ISO100-800 นั้นไม่มี Noise ปรากฎขึ้นให้เห็นเลยในภาพโดย Noise จะเริ่มปรากฎให้เห็นที่ค่า ISO 1600 ไปจนถึงช่วง ISO 6400  เมื่อขยับค่า ISO ขึ้นไปอีกที่ช่วง ISO 12800-25600 แล้วจะเกิด Noise ขึ้นในภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดส่วนที่ค่าสูงสุดขนาด ISO 51200 และ ISO 102400 นั้นเก็บไว้ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจะเหมาะกว่า

เซ็นเซอร์ภาพแบบ Medium Format มีข้อได้เปรียบมากกว่าในเรื่องของช่วงความชัดลึกที่ตื้นมากกว่าเซ็นเซอร์ Full Frame และ APS- C ช่วยให้ภาพมีมิติสวยงาม แม้จะใช้รูรับแสงที่แคบภาพก็ยังมีฉากหลังที่เบลอได้มากกว่า

 

ด้วยขนาดและนำ้หนักที่เบาและจับถือใช้งานได้อย่างคล่องมือด้วยมือเพียงข้างเดียว ทำให้สามารถทำการถ่ายภาพต่อเนื่องได้เป็นเวลานานได้อย่างสบายๆ เช่นเดียวกับแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานที่เพียงพอกับการถ่ายภาพได้สบายๆกว่า 300 รูป อีกทั้งยังสามารถชาร์จผ่านเพาเวอร์แบงค์ได้โดยตรงทำให้หมดห่วงไปได้เลย

คุณภาพอันยอดเยี่ยมของเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ให้ภาพถ่ายที่คมชัดและมีรายละเอียดให้เห็นอย่างชัดเจน ภาพมีความคมชัดแบบสุดยอดตั้งแต่กลางภาพไปถึงสุดขอบภาพ อีกทั้งยังแทบไม่มี Noise เกิดขึ้นให้เห็นแม้จะใช้ความไวแสงสูงขนาด ISO 1600

และมาถึงการทดสอบภาคสนามเพื่อให้สมกับที่ทาง FujiFilm ได้ออกแบบให้กล้อง FujiFilm GFX 50S สามารถรองรับการใช้งานในแบบมืออาชีพได้อย่างเต็มที่ ด้วยโครงสร้างแมกนีเซียมอัลลอยด์ที่แข็งแรงและมีนำ้หนักเบา พร้อมการซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่นละอองมาอย่างจัดเต็มทั้งที่ตัวบอดี้กล้องและในเลนส์  ดังนั้นเราจึงมุ่งหน้าไปยังบึง Thai Wake Park ลำลูกกา คลอง 5 ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับเล่นกีฬาเวคบอร์ดอันดับต้นๆในประเทศไทย และมีมาตรฐานระดับโลกรองรับการแข่งขันเวคบอร์ดรายการใหญ่ๆระดับโลกมาแล้วมากมาย ทำให้ มีโอกาสกระทบไหล่กับเหล่าโปรระดับโลกมากมายที่แวะเวียนกันมาฝึกซ้อมและโชว์ฝีมือให้เห็นกันตลอดทั้งปี 

โดยในครั้งนี้ตรงกับที่ทางบึงมีรายการแข่งขันประจำปีในรายการ Railjam 2017  ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกที่นำเอากล้องแบบ Medium Format มาใช้ถ่ายภาพกีฬาแนวเอ็กสตรีมซึ่งทำให้เราพบว่ากล้อง FujiFilm GFX 50S มีความได้เปรียบจากการมีช่องมองภาพ EVF ที่มีขนาดใหญ่และคมชัดสูงสุดจากค่าความละเอียดที่สูงถึง 3.69 ล้านจุดตัวช่องมองภาพยังสามารถถอดแยกออกมาได้ซึ่งช่วยลดขนาดและน้ำหนักของตัวกล้องลงได้อีกเล็กน้อยอีกทั้งยังมีออปชั่นช่องมองภาพแบบปรับองศาการมองได้รุ่น EVF-TL1 (อุปกรณ์เสริม) ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพด้วยมุมมองที่มีเอกลักษณ์แตกต่างไม่ซำ้ใครซึ่งเป็นออปชั่นเสริมที่จัดว่ามีประโยชน์มากในการถ่ายภาพนอกสถานที่ทำให้ง่ายในการติดตามแอ็คชั่นที่เกิดขึ้นตลอดเวลาได้อย่างครอบคลุมต่อเนื่องก่อนที่จะกดชัตเตอร์  ช่วยชดเชยกับข้อจำกัดของความเร็วในการบันทึกภาพต่อเนื่องขนาด 3 เฟรมต่อวินาที (fps) ที่จัดว่าน้อยมากสำหรับการเก็บภาพแอ็คชั่นความเร็วสูงแต่ด้วยความเร็วชัตเตอร์สูงสุดขนาด 1/4,000 วินาที (จากชัตเตอร์ม่านในตัวกล้องแบบกลไก) และยังสามารถขยับเพิ่มขึ้นได้ถึง 1/16,000 วินาที (ด้วยม่านชัตเตอร์แบบอิเล็คโทรนิค) และผนวกกับเทคนิคในการถ่ายภาพอีกเล็กน้อยช่วยเพียงแค่นี้ก็ช่วยให้สามารถเก็บภาพแอ็คชั่นความเร็วสูงด้วยกล้อง FujiFilm GFX 50S ได้อย่างสบาย 

ต้องยอมรับว่ากล้อง FujiFilm GFX 50S  แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการใช้งานภาคสนามได้อย่างน่าประทับใจจากความคล่องตัวในการจับถือใช้งานได้อย่างถนัดมือจากกริปมือจับขนาดใหญ่ด้านหน้ารับกับที่รองนิ้วทรงสูงบริเวณด้านหลังกล้องแทบไม่ต่างไปจากกล้องแบบ DSLR รุ่นโปรในขณะที่รูปทรงของกล้อง FujiFilm GFX 505 จะออกไปในทางทรงสี่เหลี่ยมทรงกล่องมากกว่าจะเป็นทรงแบนแคบทรงสูงแบบกล้อง DSLR รุ่นโปรเพียงแต่จะสังเกตเห็นว่าตัวเลนส์จะมีความอวบอ้วนและมีขนาดที่ใหญ่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดแต่ในขณะที่นำ้หนักรวมของกล้องและเลนส์นั้นยังสามารถจับถือได้อย่างถนัดมือแม้ด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างสบายโดยเฉพาะกับช่างภาพที่คุ้นเคยกับชุดกล้องและเลนส์ภาคสนามที่มีขนาดและนำ้หนักที่ไม่ธรรมดาเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วจนแทบจะลืมไปเลยว่ากำลังถือกล้อง Medium Format ใช้งานอยู่ในมือ 

เลนส์ Fujinon ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจเพื่อรองรับการใช้งานระดับมืออาชีพได้อย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับคุณภาพของชิ้นเลนส์ที่มีการถ่ายทอดรายละเอียดของภาพอันยอดเยี่ยม สามารถรองรับไฟล์ภาพระดับ 100 ล้านพิกเซลขึ้นไปได้อย่างสบาย

 

ช่องมองภาพ EVF เป็นอีกจุดหนึ่งที่ช่วยให้การใช้งานกล้อง FujiFilm GFX 50S ในภาคสนามได้อย่างยอดเยี่ยมที่ถึงแม้จะมีสภาพแสงช่วงเที่ยงวันที่สว่างจ้า ด้วยขนาดที่ใหญ่เต็มตาคมชัดด้วยความละเอียดถึง 3.69 ล้านจุด และสามารถถอดแยกออกมาได้ซึ่งช่วยลดขนาดและน้ำหนักของตัวกล้องลงได้อีกเล็กน้อย อีกทั้งยังมีออปชั่นช่องมองภาพแบบปรับองศาการมองได้ รุ่น EVF-TL1 (อุปกรณ์เสริม  

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องขนาด 3 เฟรมต่อวินาที (fps) อาจจะน้อยไปและไม่ค่อยเหมาะสำหรับการเก็บภาพแอ็คชั่นความเร็วสูง แต่ด้วยความเร็วชัตเตอร์สูงสุดขนาด 1/4,000 วินาที จากชัตเตอร์ม่านในตัวกล้องแบบกลไกและยังสามารถขยับเพิ่มขึ้นได้ถึง 1/16,000 วินาที ด้วยม่านชัตเตอร์แบบอิเล็คโทรนิค ช่วยให้สามารถเก็บภาพแอ็คชั่นความเร็วสูงได้อย่างสบาย 

กล้อง FujiFilm GFX 50S ใช้ระบบโฟกัสอัติโนมัติแบบตรวจจับคอนทราส (Contrast-detect AF System) ที่มีการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วแม่นยำเมื่อถ่ายภาพในสตูดิโอแต่ถ้าหากนำไปเปรียบเทียบกับมาตราฐานความเร็วของกล้อง Mirrorless รุ่นใหม่ๆในปัจจุบันนั้นอาจจะมีการตอบสนองที่ยังไม่ทันใจเทียบเท่าแต่ในสภาพแสงที่สว่างมากๆกล้อง FujiFilm GFX 50S มีการโฟกัสภาพที่รวดเร็วเพียงพอแต่จะเริ่มมีอาการหน่วงอยู่ให้เห็นบ้างในบางครั้งเมื่อทำการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยมากๆซึ่งระบบโฟกัสแบบตรวจจับคอนทราสนั้นไม่ค่อยจะถูกกับสภาพแสงที่น้อยหรือกับภาพที่มีคอนทราส์ต่ำมากๆแต่ในขณะที่ตัวกล้องกลับมีความเร็วในการประมวลผลภาพที่รวดเร็วฉับไวถึงแม้จะมีไฟล์ภาพขนาดใหญ่จากเซ็นเซอร์ 51.4 ล้านพิกเซลหน่วยประมวลผล X Processor Pro ก็แสดงประสิทธิภาพให้เห็นได้อย่างยอดเยี่ยมแม่นยำมากโดยถ้าหากกล้องได้รับการอัพเดทซอฟแวร์ล่าสุดแล้วก็น่าที่จะช่วยให้ระบบโฟกัสอติโนมัติทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นได้อีก

บอดี้แมกนีเซียมอัลลอยด์ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบาของกล้อง FujiFilm GFX 50S ในความรู้สึกที่แน่นหนาถนัดมือ อีกทั้งยังได้รับการซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่นผงมาอย่างดี (WR ) ทั้งตัวบอดี้และเลนส์ในตระกูล GF ทุกตัว เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานกล้องภายใต้สภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบันนอกสตูดิโอถ่ายภาพได้อย่างมั่นใจ แทบไม่ต่างไปจากกล้อง DSLR

ภาพถ่ายที่ได้จากเซ็นเซอร์ Medium Format จะมีความเป็นเอกลักษณ์จากภาพถ่ายที่มีช่วงความชัดลึกที่ตื้นมากกว่าเมื่อเทียบกับภาพที่ได้จากเซ็นเซอร์แบบ Full Frame ทำให้ง่ายต่อการสร้างสรรค์ภาพบุคคลได้อย่างสวยงาม 

บทสรุป

กล้อง FujiFilm GFX 50S จัดเป็นกล้องที่เปิดตัวระบบกล้อง Medium Format ของทาง FujiFilm ได้อย่างยอดเยี่ยมน่าชื่นชมด้วยคุณภาพไฟล์ที่ให้รายละเอียดภาพในระดับสุดยอด ภาพใสเคลียร์ปราศจาก Noise และมีค่าไดนามิกเรนจ์ที่มีช่วงกว้างมาก   แน่นอนว่ากล้อง FujiFilm GFX 50S ยังมีพื้นที่อยู่หลายจุดที่สามารถอัพเกรดเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีการใช้งานที่เต็มประสิทธิภาพขึ้นไปอีก เพื่อให้กลายเป็นกล้องดิจิตอล Medium Format ที่มีความสมบูรณ์แบบได้อีกทั้งในส่วนของความเร็วในการบันทึกภาพและในส่วนของระบบโฟกัสภาพที่มีความซับซ้อนมากขึ้นจากเดิม แน่นอนว่าจากประสบการณ์ที่ช่ำชองของบริษัท FujiFilm ในการผลิตกล้องเล็กคุณภาพสูงระดับมืออาชีพในตระกูล X-Series ที่เป็นต้นแบบของกล้องในตระกูล GFX มาตั้งแต่ต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่อนาคตกล้อง FujiFilm GFX 50S นั้นจะมีหนทางที่สดใสจากคุณภาพไฟล์ภาพอันยอดเยี่ยมของเซ็นเซอร์ Medium Format ขนาดใหญ่ ในขณะที่มีขนาดและนำ้หนักของตัวกล้องที่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก รองรับการใช้งานถ่ายภาพได้หลากหลาย และที่สำคัญก็คือมีราคาค่าตัวไม่แพงเมื่อเทียบกับกล้องในกลุ่ม Medium Format ที่มีอยู่ในปัจจุบัน  

You may be interested

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัว instax mini Link –a new Smartphone Printer เครื่องปรินต์ภาพฟิล์มขนาดพกพา แกดเจ็ตใหม่ที่ต้องมีติดกระเป๋า ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทโฟน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ปลุกกระแสให้สนุกกับการปริ้นต์ภาพฟิล์มอีกครั้ง
NEWS
32 views
NEWS
32 views

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัว instax mini Link –a new Smartphone Printer เครื่องปรินต์ภาพฟิล์มขนาดพกพา แกดเจ็ตใหม่ที่ต้องมีติดกระเป๋า ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทโฟน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ปลุกกระแสให้สนุกกับการปริ้นต์ภาพฟิล์มอีกครั้ง

skatewaylife - October 19, 2019

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว instax mini Link เครื่องปริ้นต์ภาพฟิล์มขนาดพกพารุ่นใหม่ล่าสุด ได้พัฒนาให้ใช้งานควบคู่กับสมาร์ทโฟน ทำให้การปรินต์ภาพเป็นเรื่องง่าย สนุกและไม่ยุ่งยาก โดยมีแอปพลิเคชัน “instax mini Link”  เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องปรินต์กับสมาร์โฟนผ่าน Bluetooth ตัวเครื่องดีไซน์สวยมีความเรียบเท่ขนาดเล็กกระทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย…

โซนี่ไทย ส่งกล้องมิเรอร์เลส 2 รุ่นใหม่ล่าสุด α6600 และ α6100  ขยายฐานผู้ใช้กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ พร้อมต่อยอดเทรนด์ถ่ายวีดีโอโตต่อเนื่อง
NEWS
71 views
NEWS
71 views

โซนี่ไทย ส่งกล้องมิเรอร์เลส 2 รุ่นใหม่ล่าสุด α6600 และ α6100 ขยายฐานผู้ใช้กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ พร้อมต่อยอดเทรนด์ถ่ายวีดีโอโตต่อเนื่อง

skatewaylife - October 8, 2019

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้ารุกขยายฐานกลุ่มผู้ใช้กล้องเปลี่ยนเลนส์ให้กว้างขึ้นไปยังกลุ่มที่หลงใหลในการถ่ายภาพคุณภาพสูงตั้งแต่ช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพวิดีโอ ไปจนถึง Vlogger และยูทูบเบอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพในการบันทึกภาพที่รอบด้านในทุกสถานการณ์มากยิ่งขึ้น ด้วยการส่งสุดยอดนวัตกรรมกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลสจำนวน 2 รุ่นใหม่ล่าสุด กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α6600 (อัลฟ่า 6600) รุ่น ILCE-6600 และกล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส α6100…